Hello world!

Welcome to WordPress.com. This is your first post. Edit or delete it and start blogging!

Posted in Uncategorized | 1 Comment

ช่องว่างระหว่างดวงดาว

ช่องว่างระหว่างดวงดาว

วันที่คนอื่นมีความทุกข์ ฉันอยู่ข้างคนเหล่านั้น
วันนี้ฉันมีความทุกข์ สิ่งที่อยู่ข้าง ๆ ฉันคือเงาของฉันเอง

คนที่ฉันอยากให้อยู่ข้าง ๆ มากที่สุด กลายเป็นคนที่อยู่ไกลที่สุด
คนที่ฉันอยากคุยด้วยที่สุด กลายเป็นคนที่คุยกับฉันน้อยที่สุด
คนที่ฉันรักที่สุด กลายเป็นคนที่เกลียดฉันที่สุด
คนที่เห็นหน้ากันบ่อยที่สุด กลายเป็นคนที่หลบหน้ากัน
ทุกอย่างที่เปลี่ยนไปล้วนเกิดเพราะตัวฉันทั้งนั้น
ขอโทษนะ…

http://www.ijigg.com/jiggPlayer.swf?Autoplay=0&songID=V2GCGFBPB0

วันนี้นำเสนอเพลงชื่อ ช่องว่างระหว่างดวงดาว
ของหนุ่ม คงกระพัน แสงสุริยะ
เป็นอัลบัมเดี่ยว อัลบัมเดียวของเขา
ปัจจุบันเป็นสมาชิกของพลพรรครักเอย
และเป็นพิธีกรรายการย้อนรอย
เคยเป็นเพลงฮิตช่วงผมอยู่ปี 1
เนื้อเพลงนั้นจับใจความได้ว่า
ดวงดาว 2 ดวงที่เราเห็นว่าอยู่ใกล้กัน
จริง ๆ แล้วห่างกันมากมาย
บางดวงห่างกันซะหลายล้านปีแสง*
เหมือนกับคนที่เราเห็นว่าอยู่ใกล้กัน
จริง ๆ แล้วมันมีช่องว่างที่มองไม่เห็นมากั้นอยู่
ทำให้ไกลกันเหมือนช่องว่างระหว่างดวงดาว
ผมชอบเพลงนี้…

* ปีแสงคือระยะทางที่แสงเดินทางได้ใน 1 ปี
ความเร็วแสงมีค่าประมาณ 300,000 กม./วินาที
ลองคำนวณกันดูนะว่า 1 ปีแสงเดินทางไปกี่กิโลเมตร

ช่องว่างระหว่างดวงดาว : คงกระพัน แสงสุริยะ

เมื่อดูดวงดาว ที่เคยเข้าใจว่ามัน
กระพริบอยู่เคียงข้างกันมาแสนนาน
แต่ในความจริง ช่องระหว่างดวงดาวคู่นั้น
มันแสนห่างไกล ไกลกันซะจนอ้างว้าง

เราคงไม่ต่างจากดาว เหมือนเราไม่เคยไกลห่าง
แต่ใจของเราไกลกันแหละมันเย็นชา

สิ่งที่เราเห็น เป็นเพียงภาพลวงตา
ต่างคนเหนื่อยล้า กับความไม่เข้าใจกัน
วันนี้มีเพียงภาพลวงของความผูกพัน
แต่ความจริงนั้น นับวันยิ่งห่างไกล

ระหว่างดวงดาว กับเราก็คงเหมือนกัน
ก็มีแต่ความเงียบงัน และเสียใจ
หากแต่เพียงเรา ลดทิฐิที่มีได้ไหม
คนที่ปวดใจคือเราสองคนเท่านั้น

เราคงไม่ต่างจากดาว เหมือนเราไม่เคยไกลห่าง
แต่ใจของเราไกลกันแหละมันเย็นชา

สิ่งที่เราเห็น เป็นเพียงภาพลวงตา
ต่างคนเหนื่อยล้า กับความไม่เข้าใจกัน
วันนี้มีเพียงภาพลวงของความผูกพัน
แต่ความจริงนั้น นับวันยิ่งห่างไกล

อย่าให้รอไปจนถึงวัน ที่รักต้องจากไป
จากกันไปจนไกล ไม่ต่างจากดวงดาว

สิ่งที่เราเห็น เป็นเพียงภาพลวงตา
ต่างคนเหนื่อยล้า กับความไม่เข้าใจกัน
วันนี้มีเพียงภาพลวงของความผูกพัน
แต่ความจริงนั้น นับวันยิ่งห่างไกล

หากปล่อยเอาไว้ สองเรายิ่งห่างกันไกล 

Posted in Uncategorized | 2 Comments

Dinner @ Paragon

เมื่อวันอาทิตย์ที่เพิ่งผ่านมา (25 กุมภาพันธ์ วันเงินเดือนออก) ตอนบ่าย ๆ หลังจากเสร็จงานที่ออฟฟิศแล้ว  ผมต้องรีบแจ้นไปสยามพารากอน
เพราะนัดกับบรรดาเพื่อน ๆ อีก 4 คนไปหาข้าวกินกัน แต่จริง ๆ จุดประสงค์อีกอย่างที่ต้องไปก็เพราะอยากเอางานไปให้เพื่อนช่วยทำ
นานมากแล้วที่ไม่ได้เข้าเมือง (เหมือนอยู่บ้านนอกเลยเนอะ) เลยตื่นเต้นเป็นพิเศษ (นี่ก็เวอร์ซะ) ลากสังขารที่ง่วงนอนในชุดเสื้อยืด
กางเกงยีนส์ รองเท้าแตะ พร้อมเอกสารขึ้นรถเมล์ จ่ายตังค์ แล้วก็หลับ ตื่นมาอีกที อ้าว ! ถึงแล้วนี่หว่า ตาลีตาเหลือกลงหน้ามาบุญครอง
แล้วเดินต่อไปยังพารากอน ไปถึงปุ๊บก็เจอ ไอ้เอ ไอ้ก้อง ไอ้ป๊อก รออยู่ ตกลงกันว่าจะไปกินฟูจิกัน ไปถึงร้านนั่งกันซักพักไอ้เก๋งก็ตามมา
พอครบองค์เท่านั้นแหละ ฮาแตกกระจาย ไม่ได้เจอกันนาน เลยขุดสารพัดมุกมาฮากัน สงสัยตกงานก็ไปเป็นตลกคาเฟ่กันได้
จบงานนี้ต้องไปสะสมมุกกันใหม่เพื่อใช้งานหน้าแล้ววววว
 
Posted in Uncategorized | 2 Comments

Month of Love

เดือนนี้เดือนกุมภาเป็นเดือนแห่งความรัก (เค้าว่ากันอย่างนั้นนะ) เพราะว่าเดือนนี้มีวันวาเลนไทน์
วันแห่งความรักเดือนนี้จึงกลายเป็นเดือนแห่งความรักไปโดยปริยาย
เมื่อก่อนตอนเด็ก ๆ สมัยประถมไม่รู้หรอกว่าไอ้วันวาเลนไทน์ เนี่ยมันคือวันอะไร
โรงเรียนก็ไม่ได้หยุดซักหน่อย ยังเปิดเรียนเหมือนปกติ
รู้แต่ว่า พอถึงช่วงวันวาเลนไทน์ปุบ แถว ๆ หน้าโรงเรียนก็จะมีพวกสติ๊กเกอร์รูปหัวใจมาขายกัน
ตอนนั้นแผ่นละบาทเอง แผ่นที่มีหัวใจดวงใหญ่หน่อยก็ 2 บาท
ได้ค่าขนมมา 5 บาท ซื้อเกลี้ยงเลย แล้วก็เอาไปติดให้เพื่อนผู้หญิงมั่ง ผู้ชายมั่ง
แอบปิ๊งใครเป็นพิเศษก็จะติดดวงใหญ่หน่อย ใครไม่ชอบหน้าก็ติดดวงเล็กหน่อย
แล้วตอนเย็นก็มาดูกันว่าใครได้สติ๊กเกอร์หัวใจมากที่สุด
จำได้ว่าตอนนั้นได้เยอะเลย จะลำบากไอ้ตอนแกะออกนี่แหละ
แกะแล้วไปแปะลงสมุด แล้วเขียนด้วยนะว่าใครเป็นคนติดให้
อู้วววว หวานชื่นซะไม่มี
Posted in Uncategorized | 1 Comment

ขนมเด็ก

วันเด็กเพิ่งผ่านไปได้ไม่กี่วัน ทำให้นึกถึงตอนตัวเองเป็นเด็ก
พูดถึงเด็กก็ต้องนึกถึงขนม มีใครจำได้มั้ยเอ่ยว่าตอนเด็ก ๆ มีขนมอะไรฮิต ๆ กันบ้าง
 
หมากฝรั่งบุหรี่ – หมากฝรั่งที่ทำออกมาเลียนแบบบุหรี่ เด็ก ๆ ซื้อมาเคี้ยวแล้วต้องเต๊ะท่าเหมือนคนสูบบุหรี่ เดี๋ยวนี้ยังพอหาซื้อได้อยู่
 
หมากฝรั่งนกแก้ว – หมากฝรั่งขนาดยางลบดินสอ จำได้ว่ากระดาษห่อชั้นในจะมีรูปการ์ตูนด้วย
 
ปักกิ่ง – เวเฟอร์ เมื่อก่อนมีแต่รสช้อกโกแล้ต แถมรูปการ์ตูนที่ต้องใช้เหรียญขูด รูปถึงจะออกมา
 
กาก้า , คัมคัม – ซองละ 2 บาท แถมพวกตุ๊กตุ่นด้วย
 
จาจา – อันนี้แถมโมเดลกระดาษรูปบ้านหลากชนิด
 
โดราเอมอน – กล่องละ 5 บาท ข้างในเป็นเวเฟอร์เคลือบช้อกโกแล้ตกลม ๆ แถมสติ๊กเกอร์สำหรับสะสมในสมุดแลกของรางวัล
 
โอเดงยา – ซองละ 5 บาทแถมการ์ดดราก้อนบอล 2 ใบ ซื้อมาเพื่อการ์ด ขนมไม่ค่อยกินหรอก ตอนนี้ยังมีเหลืออยู่ซัก 30 ใบมั้ง ซื้อมาจากร้านของเก่าในตลาดนัด ของตอนเด็กโดนทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว
 
ลูกอมซุปเปอร์เลมอน – ลูกอมอะไรก็ไม่รู้เปรี้ยวจริง ๆ แถมแพงกว่าลูกอมอื่น ๆ อีก (เมื่อก่อนลูกอม 3 เม็ดบาทเอง)
 
ลูกอมปีศาจ – อมแล้วลิ้นจะเป็นสีตามลูกอม เมื่อก่อนแข่งกันอมแล้วไปแลบลิ้นให้เพื่อนดู
 
ขนมยูโร่เซ็ต – ถ้าจำไม่ผิดเนี่ยกล่องละ 12 บาท ขนมมันคล้าย ๆ ขนมโดราเอมอน ของแถมเป็นตุ๊กตุ่นเซนต์เซย่า เกราะเป็นพลาสติกถอด-ใส่ได้
 
หมากฝรั่งบับเบิ้ลอีส – หมากฝรั่งก้อนใหญ่ประมาณลูกแก้ว หลายรส มีของแถมเป็นพวกหุ่นยนต์
 
มาม่าคุณหนู – ซองละ 2 บาท มันก็เหมือนมาม่าทั่ว ๆ ไปนี่แหละ แต่ซองเล็กลง แถมพวกสติ๊กเกอร์การ์ตูนบ้างเป็นครั้งคราว
 
ไมโลแจกตามโรงเรียน – เมื่อก่อนจะมีรถไมโลมาแจกตามโรงเรียน อร่อยมาก กลับไปบ้านชงยังไงก็อร่อยสู้ไอ้รถที่มาแจกไม่ได้ซักที แถมยังมาแจกพวกไม้บรรทัด ดินสอ ให้อีก
 
โรตีสายไหม – ต้องหยอดเหรียญแล้วลุ้นว่าจะได้กี่อัน สนุกตอนลุ้นนี่แหละ
 
จริง ๆ ยังมีขนมอื่น ๆ อีกแต่ขอไปนึกก่อนนะ
 
ตอนนั้นจำได้ว่าได้เงินไปโรงเรียนวันละไม่กี่บาท แถมคุณครูยังไม่ยอมให้ซื้อขนมหน้าโรงเรียนอีก ตอนนั้นไปกลับรถรับส่งาที่ทางมหาลัยใช้รับ-ส่งลูกหลานข้าราชการในมหาลัย กลับบ้านไปก็คงไม่ได้ซื้อขนมแน่ ๆ เลยยอมหนีรถรับส่ง เดินจากโรงเรียนกลับบ้าน เพื่อที่จะได้แวะร้านขนมซื้อขนมกินกลางทาง (จริง ๆ แล้วก็กินมั่งไม่กินมั่ง สิ่งสำคัญคือของแถม) แล้วก็ต้องรีบเดินให้ถึงพอดีกับรถรับส่ง แม่จะได้ไม่สงสัย แต่สุดท้ายก็โดนจับได้อยู่ดี
Posted in Uncategorized | 3 Comments

Candy Toy Dekaranger Series

หลังจากที่ลังเลอยู่เกือบ 3 เดือน ในที่สุดก็ซื้อมาจนได้ Candy Toy Dekaranger Robo กะ Candy Toy Dekabike Robo ตอนแรกก็ไม่ได้ตั้งใจจะซื้อ รู้ตัวอีกทีก็หอบพวกมันไปตรง counter จ่ายกะตังค์ซะแล้ว พอกลับมาถึงห้องปุ๊บ ก็จัดการแกะมันปั๊บ ประกอบซะจนเสร็จ เล่นเอาเหนื่อยเลย เพราะเกิดมาก็ไม่เค่ยซื้อ candy toy แบบนี้มาเล่นซักที โดยเฉพาะตอนแปะสติ๊กเกอร์เนี่ย ยากที่สุดเลย
 


หอบมา 4 กล่องเลย

ด้านข้างกล่อง

กล่องแรก

กล่องที่สอง

กล่องที่สาม

ข้างในไอ้สามกล่องแรก
 
สามกล่องแรกนี้เป็นของ Dekaranger Robo ซึ่งประกอบมาจาก Deka Machine 5 ลำ
 

PatStriker ของ Deka Red

ของจริงเป็นงี้

PatGyrer ของ Deka Blue

เทียบกันหน่อย

PatTrailer ของ Deka Green

umm umm

PatArmor ของ Deka Yellow

oh oh

สุดท้าย PatSigner ของ Deka Pink

uh uh
 
 
เมื่อได้มาครบ 5 ลำแล้วก็ รวมร่าง ! Dekaranger Robo
 

Deka Machine ทั้ง 5

รวมร่าง Dekaranger Robo

ใส่อาวุธครบมือ

ดูใกล้ ๆ
 
มาดูกันต่อกับอีก 1 กล่อง Dekabike Robo ของ Dekabreak
 

ในกล่องชิ้นส่วนมาเพียบ

ต่อออกมาเสร็จแย้ว

ชักดาบออกมา weapon mode

แปลงเป็นแมงกะไซค์ยักษ์

เอา Dekarobo มาขี่ได้ด้วยนะ

ถ่ายร่วมกันซักหน่อย
 
 
จริง ๆ แล้วมันยังรวมกันเป็น Super Dekaranger Robo ได้อีก แต่ขี้เกียจหล่ะ หุหุ
 
Tokusou Sentai Dekaranger เป็นหนังใน Series Super Sentai ลำดับที่ 28 ฉายที่ญี่ปุ่นเมื่อปี 2004 นู้น
ขบวนการนี้เป็นตำรวจอวกาศ ตามจับผู้ร้ายจากต่างดาว นำโดย
 
Dekared อาคาสะ บันบัน หัวหน้ากลุ่มผู้ใจร้อน
Dekablue โฮจิ ผู้ที่ต้องการทำทุกอย่างให้ Perfect ที่สุด
Dekagreen เซนจัง ใจเย็นที่สุด เวลาต้องการใช้ความคิดต้องยืนกลับหัวด้วย
Dekayellow จัสมิน เอสเปอร์สาวผู้มีพลังไซโคเมททรี่
แสดงอายูมิ คินโนชิตะ น่ารักจริง ๆ อิอิ
Dekapink อูเมโกะ ผู้เชี่ยวชาญด้านการต่อรองและเจรจากับผู้ร้าย
แสดงโดย คิคุจิ มิกะ นี่ก็น่าร้ากกกกแถมนิสัยดีด้วยน้า
Dekabreak เท็ตสึ นักสู้คนที่หกเข้ามาร่วมทีมตอนกลาง ๆ ซีรี่ย์
 
 
นอกจากนี้ชื่อของทั้ง 6 คนในเรื่องทาง Toei ยังคิดถึงที่มาที่ไปของชื่ออีกนะ
เดกะเรด ชื่อคนคือ "อาคาสะ บันบัน"
อาคาสะ แผลงมาจากชื่อ "อกาธา" คริสตี้ ราชินีอาชญนิยายของอังกฤษในยุคสงครามโลก คนไทยน่าจะรู้จักกันดีเพราะมีให้อ่านมากมายทั้งรหัสคดีชุดแอร์กืล ปัวโรต์ และเจนมาร์เปิ้ล
นอกจากนี้คำว่า "อาคา" ยังพ้องกับคำว่าสีแดงในภาษาญี่ปุ่น

ส่วนชื่อบันนั้น ก็แผลงมาจาก "บันฉะ" (ที่ไม่ใช่ บัญชา) ชาต้มอย่างหยาบที่พัฒนามาจากจีน เป็นชาระดับต่ำ
คนที่สอง… เดกะบลู ชื่อคนคือ "โทมะสึ โฮจิ"
คำว่าโทมะสึ แผลงมาจากชื่อ "โธมัส" แฮร์ริส นักเขียนนวนิยายสืบสวนชุด ดร.ฮันนิบาล เล็คเตอร์ คนไทยน่าจะรู้จักกันดีเพราะแปลไว้ครบทั้ง 3 เรื่องแล้ว โดยคุณสุวิทย์ ขาวปลอด
ส่วนโฮจิ ก็มาจาก "โฮ่จิฉะ" เป็นชาที่ผ่านการอบนานๆ
คนที่สาม… เดกะกรีน ชื่อคนคือ "อินาริ เซ็นจัง"
คำว่าอินาริ แผลงมาจากชื่อ "เอลเลอรี่" ควีน นามปากกาของนักเขียนนักวิจารณ์ร่วมสองคนคือ แมนเฝรด ลี กับเฟรดเดอริค แดนนี่ย์ เจ้าของนิยายสืบสวนชุดเอลเลอรี่ ควีน (ชื่อเดียวกับนามปากกา) เคยมีแปลภาษาไทยให้อ่านประปราย ที่ยังพอหาอ่านได้คือหนังสือ สืบคลาสสิค แปลโดยไปป์สีดำ
ส่วนชื่อเซ็นจัง ไม่มีอะไรมากไปกว่า "เซ็นฉะ" ชาเขียวระดับกลางของญี่ป่น
คนต่อไป เดกะเยลโล่ ชื่อคนเต็มๆคือ "เรย์มง จัสมิน"
คำว่าเรย์มง (หรือจะเรย์มอนก็แล้วแต่) แผลงมาจากชื่อ "เรย์มอนด์" แชนด์เลอร์ นักเขียนนิยายสืบสวนแบบบู๊ของอเมริกา เท่าที่รู้ยังไม่มีนวนิยายฉบับแปลเป็นภาษาไทยเลย เรื่องที่ขึ้นทำเนียบคือ Farewell, My Lovely (โชคดี ยาหยี)
ส่วนจัสมินนั้น ก็มาจากชาจัสมินหรือชามะลิ เป็นชาจีนเก่าแก่ที่คนไทยรู้จักดีอีกประเภทหนึ่ง
เดกะพิงค์ ชื่อคนคือ "คุโด้ อุเมโกะ"
ชื่อคุโด้นี้ มาจากชื่อนักเขียนญี่ปุ่น "คุโด้" โนมูระ มีผลงานสำคัญคือภาพยนตร์สืบสวนทางโทรทัศน์ชุดเซนิงาตะ เฮย์จิ และน่าจะเป็นที่มาเดียวกับชื่อของคุโด้ ชินอิจิในการ์ตูนชุด "โคนัน" อีกด้วย
ส่วนอุเมโกะ มาจากชา "อุเมคอนบูฉะ" เครื่องดื่มที่ทำมาจากบ๊วย (อุเมะ) และสาหร่ายคอนบุ… เป็นยังไงไม่รู้จัก
ไป เดกะเบรค ชื่อเต็มๆคือ "ไอระ เท็ตสึ"
ไอระแผลงมากจากชื่อนักเขียน "ไอร่า" เลวิน นักเขียนนิยายสืบสวนและนักเขียนบทละครของอเมริกา
ส่วนชื่อเท็ตสึเอามาจากตัวคันจิของชาอู่หลงที่เรารู้จักกัน
ส่วนหมาหุ่นยนต์ที่ชื่อว่า เมอร์ฟี่ K-9 นั้นก็มีที่มา
เมอร์ฟี่มาจากตัวละครอเล็กซ์ เมอร์ฟี่ในหนังโรโบค็อป ส่วน K-9 เมื่ออ่านอย่างฝรั่งคือ K-nine พ้องเสียงหน่อยๆกับคำว่า canine ที่แปลว่าสัตว์ในวงศ์สุนัข
ส่วนตัวร้ายค้างคาวชื่อ "แอ๊บเบรลล่า" แผลงมาจากคำว่า อัมเบรลล่า ที่แปลว่าร่มในภาษาอังกฤษ ด้วยความที่ญีปุ่นเรียกค้างคาวว่าร่มค้างคาวเหมือนกัน
 
วันนี้เหนื่อยแล้วขาลาก่อนน้า
 

Posted in Uncategorized | 2 Comments

rakluke fun fair 2006

อาทิตย์ที่แล้ว (15 ธันวา) ที่ Office จัดงาน
Rakluke Fun Fair 2006
เป็นครั้งที่ 2 ของงาน Rakluke Fun Fair
เหมือนงานเปิดท้ายขายของ
เหล่าบรรดาคุณแม่นำของใช้เด็กมือสองมาขาย
ลูกค้าโฆษณา ก็เอาผลิตภัณฑ์ของตัวเองมาขาย
ทั้งนมผง นมกล่อง ผ้าอ้อม น้ำมันพืช
ส่วนของพนักงานเอง ก็ทำอาหาร ของกินมาจำหน่าย
พนักงานคนอื่น ๆ ก็เตรียมตังค์มาจับจ่ายกันถ้วนหน้า
บรรยากาศเป็นกันเอง มีเวทีดนตรี โดยพนักงานในออฟฟิศนี่แหละ
มีการแสดง เล่นเกมเล็ก ๆ น้อย ๆ เฮฮาตามประสา
 


banner งานรักลูกฟันแฟร์ 2006

ร้านค้ามาเพียบ

คนก็มากันเพียบ

ทั้งคนในคนนอก มากันตรึม

ยำ+ข้าวไข่เจียว+ลูกชิ้น ฝีมือพนักงาน

บรรยากาศหน้าเวที

รอยเท้าไปไหนนะ

ลูกค้า ads มาออกบู๊ธกัน

คนเพียบจริง ๆ

ร้านนี้แหละร้านโปรด

มีแต่ของเล่น ผมเดินแต่ร้านนี้

สุดท้ายก็เสียตังค์ ซี้อ lego กับของเล่นอีก 2 ชิ้น

เสียตังค์กันถ้วนหน้า

บอร์ดเขียนความรู้สึก

 
Posted in Uncategorized | 1 Comment